พามาเบิ่ง ในช่วงครึ่งปีแรก ปี 59 และ ปี 69 “น่านฟ้าอีสาน” เปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน⁉️✈️🌎

ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย.) ปี 2569 ที่ผ่านมา สนามบินทั้ง 8 แห่งของภาคอีสานมีผู้โดยสารรวมกว่า 3.42 ล้านคน และมีเที่ยวบินรวม 23,053 เที่ยวบิน แม้จำนวนผู้โดยสารรวมจะลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันเมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 3.44 ล้านคน และเที่ยวบินลดลงจาก 25,320 เที่ยวบิน และจะเห็นได้ว่าผู้โดยสารกว่า 75% หรือกว่า 2.56 ล้านคน ซึ่งกระจุกตัวอยู่เพียง 3 สนามบินหลัก อย่างอุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี ขณะที่อีก 5 สนามบินที่เหลือมีสัดส่วนรวมกัน 25% ซึ่งก็เป็นเพราะโครงสร้างการบินของภาคอีสานที่ยังคงพึ่งพาเมืองศูนย์กลางเป็นหลักอยู่นั่นเอง

แม้ สนามบินอุดรธานี จะยังครองอันดับ 1 ของภูมิภาค แต่เมื่อเทียบกับปี 2559 กลับพบว่าทั้งเที่ยวบินและผู้โดยสารลดลง โดยเที่ยวบินลดจาก 7,218 เหลือ 6,779 เที่ยวบิน และผู้โดยสารลดจาก 1.13 ล้านคน เหลือ 1.04 ล้านคน ซึ่งสาเหตุสำคัญไม่ได้เกิดจากศักยภาพของเมืองที่ลดลง แต่เป็นผลจากการโครงข่ายคมนาคมที่เปลี่ยนไป รวมถึงสายการบินที่ปรับฝูงบินและตารางบินหลังยุคโควิด อย่างไรก็ตาม อุดรธานียังคงได้เปรียบจากการเป็น เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และบริการของภาคอีสานตอนบน เชื่อมโยงกับจังหวัดหนองคาย เลย บึงกาฬ และ สปป.ลาว อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากการค้าชายแดนและการลงทุนที่เติบโตต่อเนื่อง จึงทำให้ผู้โดยสารได้สูงที่สุดของภูมิภาคนั่นเอง

ในทางกลับกัน สนามบินขอนแก่น คือสนามบินที่น่าจับตามอง เพราะเป็นสนามบินเพียงแห่งเดียวในกลุ่มผู้นำที่สามารถ เพิ่มทั้งเที่ยวบินและผู้โดยสาร โดยเที่ยวบินเพิ่มจาก 5,852 เป็น 5,902 เที่ยวบิน ขณะที่ผู้โดยสารพุ่งจาก 711,095 คน เป็น 875,372 คน เพิ่มขึ้นกว่า 23% การเติบโตนี้เกิดจากบทบาทของขอนแก่นที่กำลังก้าวขึ้นเป็น หนึ่งในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค ทั้งจากการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ การศึกษา MICE รวมถึงการลงทุนของภาคเอกชนและโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทำให้ความต้องการเดินทางเพื่อธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนช่องว่างระหว่างขอนแก่นกับอุดรธานีเริ่มแคบลงทุกปี

ด้าน สนามบินอุบลราชธานี แม้ยังเป็นอันดับ 3 แต่ได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจน โดยเที่ยวบินลดลงจาก 5,671 เหลือ 4,294 เที่ยวบิน และผู้โดยสารลดจาก 860,396 คน เหลือ 652,273 คน การลดลงส่วนหนึ่งมาจากการปรับเส้นทางบินของสายการบินและความถี่เที่ยวบินที่ลดลงหลังโควิด อย่างไรก็ตาม อุบลราชธานียังคงเป็นศูนย์กลางของอีสานตอนล่าง และมีบทบาทสำคัญด้านการค้าชายแดนกับลาวและกัมพูชา รวมถึงเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม จึงทำให้ปริมาณผู้โดยสารยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสนามบินอื่น

อีกสนามบินที่น่าจับตามองมากสุดคือ สนามบินนครพนม ขยับขึ้นจากอันดับ 5 มาเป็นอันดับ 4 พร้อมจำนวนผู้โดยสารเพิ่มจาก 183,710 คน เป็น 263,817 คน และเที่ยวบินเพิ่มจาก 1,457 เป็น 1,812 เที่ยวบิน ถือเป็นสนามบินที่เติบโตโดดเด่นที่สุดของภาคอีสาน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากบทบาทของนครพนมในฐานะ เมืองชายแดนที่เชื่อมเศรษฐกิจระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 การค้าชายแดน การขนส่ง และการท่องเที่ยวสายมู ทำให้ความต้องการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ในขณะที่ สนามบินสกลนคร และสนามบินร้อยเอ็ด ก็มีพัฒนาการเช่นกัน โดยจะเห็นแนวโน้มการเติบโตของสนามบินที่ยังมีความต้องการเดินทางเพิ่มขึ้น โดยสกลนครมีทั้งเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้อยเอ็ดแม้เที่ยวบินลดลง แต่ผู้โดยสารกลับเพิ่มขึ้น

ตรงกันข้าม สนามบินเลย เป็นสนามบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเที่ยวบินลดจาก 1,242 เหลือเพียง 698 เที่ยวบิน และผู้โดยสารลดลงเหลือ 94,027 คน ส่งผลให้อันดับร่วงจากอันดับ 7 ลงมาเป็นอันดับสุดท้าย โดยสนามบินเลยมีข้อจำกัดทั้งด้านความต้องการเดินทาง เส้นทางบินที่มีน้อย และเป็นผลจากการเดินทางด้วยรถยนต์ที่สะดวกมากขึ้น

ขณะที่ สนามบินบุรีรัมย์ แม้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มเป็น 123,574 คน และขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 7 แต่ยังมีเที่ยวบินเพียง 950 เที่ยวบิน ก็แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของจังหวัดในฐานะเมืองกีฬาและเมืองอีเวนต์ระดับประเทศ เริ่มส่งผลเชิงบวกต่อการเดินทางทางอากาศ แม้จะยังไม่มากเท่ากลุ่มเมืองเศรษฐกิจหลัก

 

 

อ้างอิงจาก:

– กรมท่าอากาศยาน

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #สนามบินอีสาน #สนามบิน #เที่ยวบินอีสาน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top