หากพูดถึงอาหารที่เป็นตัวแทนของภาคอีสาน หลายคนคงนึกถึง “ปลาร้า” เป็นอันดับแรก เพราะแทบทุกเมนูยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ แจ่ว อ่อม หรือลาบ ต่างก็ขาดปลาร้าไม่ได้
ปลาร้าเกิดจากภูมิปัญญาของคนอีสานที่ต้องการเก็บปลาไว้กินตลอดทั้งปี ในช่วงที่จับปลาได้มาก ชาวบ้านจะนำปลาน้ำจืดมาคลุกกับเกลือและรำข้าวหรือข้าวคั่ว แล้วหมักไว้หลายเดือน จนเนื้อปลานุ่ม มีกลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จึงเรียกว่า ปลาร้า หรือปลาที่ผ่านการหมักจนได้ที่ จากวิธีถนอมอาหารในอดีต วันนี้ปลาร้ากลับกลายเป็นสินค้าที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศของเรา
ปลาร้ากำลังเปลี่ยนจากเครื่องปรุงพื้นบ้านไปเป็นสินค้าแบรนด์อย่างเต็มตัว เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้เลือกซื้อเพียงแค่รสชาติเท่านั้น แต่เลือกจากความสะอาด ความปลอดภัย มาตรฐานการผลิต และความน่าเชื่อถือของแบรนด์นั่นเอง
ในปัจจุบันจะพบว่าแบรนด์ปลาร้าหลายแบรนด์ไม่ได้เติบโตจากโรงงานใหญ่ แต่เติบโตจากชื่อเสียงของเจ้าของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น แซ่บไมค์ ของคุณไมค์ ภิรมย์พร ที่สร้างยอดขายหลายร้อยล้านบาทต่อปี, หม่ำแซ่บ ของคุณหม่ำ จ๊กมก ที่ติดอันดับและขยายธุรกิจอาหารต่อเนื่อง, สุนารี ของคุณสุนารี ราชสีมา ที่วางจุดขายเรื่องความสะอาดและมาตรฐาน รวมถึง บองแตน ของตั๊กแตน ชลดา, ห้วยไร่ ของคุณก้อง ห้วยไร่, บัวขาว ของคุณบัวขาว บัญชาเมฆ หรือแม้กระทั่ง อีสานพาสวบ, สาวเจ๊ย และ ยายณี ที่ต่างก็ใช้พลังของโซเชียลมีเดียและฐานแฟนคลับต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วนั่นเอง
จะเห็นว่าปลาร้าเป็นตัวอย่างของการเพิ่มมูลค่าสินค้าได้เป็นอย่างดี วัตถุดิบอย่างปลาน้ำจืดมีราคาไม่สูง แต่เมื่อผ่านการหมัก พัฒนาสูตร บรรจุขวด สร้างแบรนด์ และทำการตลาด มูลค่าของสินค้าก็สามารถเพิ่มขึ้นได้หลายเท่าตัว นี่คือเหตุผลที่หลายคนมองเห็นโอกาส และหันมาสร้างแบรนด์ปลาร้าของตัวเอง
และที่สำคัญ ธุรกิจปลาร้ายังช่วยสร้างงานและกระจายรายได้ไปยังหลายภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ผู้ผลิตเกลือ โรงงานบรรจุภัณฑ์ โรงงานขวด ผู้ผลิตฉลาก บริษัทขนส่ง ร้านค้าปลีก ไปจนถึงแพลตฟอร์มขายออนไลน์ ทำให้ปลาร้าหนึ่งขวดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่าที่หลายคนคิด
ปัจจุบันการแข่งขันของตลาดปลาร้า ไม่ได้แข่งกันแค่ใครอร่อยกว่า แต่แข่งกันว่า ใครสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้มากกว่า เพราะผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้น หากมั่นใจว่าสินค้านั้นสะอาด ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพสม่ำเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แบรนด์ของคนดังจำนวนมากสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ความสำเร็จของธุรกิจปลาร้านั้นก็เกิดจากการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ทั้งการยกระดับมาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และการใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงผู้บริโภค จนทำให้ปลาร้าอีสานบ้านเราไม่ใช่แค่เครื่องปรุงพื้นบ้าน แต่ยังกลายเป็นหนึ่งในสินค้าท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงที่สุดของภาคอีสาน และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากทั้งในไทยและตลาดต่างประเทศอีกด้วย
อ้างอิงจาก:
– เว็บไซต์ของบริษัท
– BrandAge Online
– ลงทุนแมน
– ประชาชาติธุรกิจ
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #ปลาร้า #แบรนด์ปลาร้า #น้ำปลาร้า #แบรนด์น้ำปลาร้า

